Key Takeaways
ราคาล้างแอร์เริ่มต้น สำหรับล้างแอร์ติดผนัง ราคาเริ่มต้นที่ 600 บาท ส่วนแอร์ฝังฝ้าและแอร์ขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท
ปัจจัยของราคาล้างแอร์ จะขึ้นอยู่กับประเภทแอร์ ขนาด BTU และความยากง่ายในการเข้าถึงที่ติดตั้งแอร์
ล้างแอร์ปกติ VS ล้างแอร์พรีเมี่ยม ล้างแอร์ปกติจะเป็นการฉีดล้างแผงคอยล์เย็น พัดลมโบลเวอร์ แผ่นฟิลเตอร์กรองฝุ่น และแผงคอยล์ร้อนด้านนอก ส่วนล้างแอร์พรีเมี่ยมหรือ Deep Clean จะเป็นการถอดชิ้นส่วนของแอร์ออกมาล้างทั้งหมด
ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน? แอร์บ้านทั่วไปควรล้างทุกๆ 3–6 เดือน แต่ก็จะขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
ล้างแอร์ราคาเท่าไหร่?
สำหรับการล้างแอร์ติดผนังที่นิยมใช้กันตามบ้านและคอนโด จะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 600 บาท ส่วนแอร์ฝังฝ้าสี่ทิศทาง แอร์ตู้ตั้งพื้น หรือแอร์ซ่อนใต้ฝ้า จะมีค่าบริการสูงขึ้นมา โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท เนื่องจากตัวเครื่องมีความซับซ้อน ช่างจึงต้องใช้เวลาและอุปกรณ์เฉพาะทางในการทำงานมากกว่าการล้างแอร์ทั่วไป โดยเราสามารถใช้ตัวเลขไกด์ไลน์ตามตารางด้านล่าง ในการตั้งงบตอนโพสต์งานบนแอป gigit ได้เลย เพราะเดี๋ยวพี่ ๆ ช่างแอร์จะเข้ามาเสนอราคา โดยอิงจากประเภทแอร์ ขนาด BTU และพิกัดที่อยู่ของเรา
และเพื่อให้ได้รับบริการที่คุ้มค่าและตรงใจที่สุด มาตรฐานการล้างแอร์ปกติบนแอป gigit จะครอบคลุมทั้งการฉีดล้างแผงคอยล์เย็นด้านใน พัดลมโบลเวอร์ แผ่นฟิลเตอร์กรองฝุ่น และแผงคอยล์ร้อนด้านนอก คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับงานที่มีคุณภาพ และเหมือนได้แอร์ใหม่!
ตารางราคาล้างแอร์ แยกตามประเภทแอร์
ตัวเลขด้านล่างนี้คือราคาอ้างอิงที่จะช่วยให้คุณตั้งงบประมาณได้อย่างสมเหตุสมผล และที่สำคัญระบบของ gigit จะให้พี่ ๆ ช่างแอร์เข้ามาเสนอราคากัน คุณจะได้เห็นข้อเสนอต่าง ๆ และได้เปรียบเทียบว่าเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับคุณก่อนตกลงจ้างงานเสมอ
ประเภทเครื่องปรับอากาศ | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
ติดผนัง | ฿600 |
แอร์แบบแขวน | ฿1,200 |
ฝังฝ้าสี่ทิศทาง | ฿1,600 |
ตู้ตั้งพื้น | ฿1,600 |
แอร์ซ่อนใต้ฝ้า | ฿2,300 |
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณสำหรับแต่ละประเภทแอร์ โดยราคาจริงอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามขนาด BTU และรายละเอียดของงาน คุณสามารถใช้ตัวเลขนี้เป็นแนวทางในการตั้งงบประมาณบน gigit ได้เลย
โพสต์งานและตั้งราคาของคุณบน gigit จากนั้นเตรียมรับข้อเสนอจากพี่ ๆ ช่างแอร์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนได้เลย!
อะไรที่ส่งผลต่อราคาล้างแอร์?
โดยทั่วไปจะมี 4 ปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อราคาล้างแอร์
ประเภทแอร์และขนาด BTU แอร์ติดผนังเป็นประเภทแอร์ที่พบเห็นได้บ่อย และล้างได้ง่ายที่สุด ส่วนแอร์ฝังฝ้าและแอร์ซ่อนใต้ฝ้าจะต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น และใช้เวลาทำงานมากกว่า จึงทำให้มีเรตราคาสูงขึ้นตามความซับซ้อน นอกจากนี้ถึงแอร์จะเป็นประเภทเดียวกัน แต่ก็จะมีขนาด BTU ที่ต่างกัน โดยเครื่องที่มีขนาด BTU ใหญ่ขึ้น ก็จะมีแผงคอยล์ที่ใหญ่ตาม และต้องใช้เวลาล้างนานกว่า ราคาจึงปรับขึ้นตามขนาดนั่นเอง
ความยากง่ายในการเข้าถึงหน้างาน แอร์ที่ติดตั้งอยู่ในจุดที่สูงกว่า 3 เมตรต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ และอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม หากแอร์ของคุณอยู่ในจุดที่สูงเป็นพิเศษหรือในพื้นที่จำกัด แนะนำให้ระบุข้อมูลนี้ตอนโพสต์งาน เพื่อให้พี่ ๆ ช่างแอร์สามารถเสนอราคาได้อย่างแม่นยำ
การเติมน้ำยาแอร์ การล้างแอร์ปกติจะไม่รวมค่าบริการเติมน้ำยาแอร์ หากช่างเข้าหน้างานแล้วตรวจพบว่าน้ำยาแอร์พร่องหรือต่ำกว่าเกณฑ์ การเติมน้ำยาแอร์จะถูกคิดค่าบริการแยกต่างหาก และช่างจะแจ้งให้คุณทราบเพื่อให้คุณตัดสินใจก่อนเสมอ
รูปแบบการทำความสะอาด การล้างแอร์ปกติจะเน้นทำความสะอาดชิ้นส่วนและพื้นผิวที่เข้าถึงได้ทั่วไป ส่วนการล้างแบบพรีเมี่ยมจะเป็นการล้างแบบ deep clean ที่จะรวมถึงการถอดมอเตอร์พัดลมโบลเวอร์ออกมาล้าง ซึ่งจะช่วยเคลียร์ปัญหากลิ่นอับสะสมที่การล้างแบบปกติเข้าไม่ถึง
ล้างแอร์ที่ดีควรรวมอะไรบ้าง?
ไม่ว่าคุณจะเลือกบริการล้างแอร์แบบปกติหรือแบบพรีเมี่ยม การล้างแอร์ที่ดีควรประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
ตัวเครื่องแอร์ภายในบ้าน (แผงคอยล์เย็น / Evaporator Coil): จะต้องมีการฉีดล้างแผงคอยล์เย็น พัดลมโบลเวอร์ และถาดรองน้ำทิ้งด้วยแรงดันน้ำสูง ถอดหน้ากากและฟิลเตอร์กรองฝุ่นออกมาล้าง พร้อมขจัดสิ่งอุดตันในท่อน้ำทิ้ง (หากเลือกบริการแบบพรีเมี่ยม จะมีการถอดลึกถึงชุดมอเตอร์พัดลมโบลเวอร์ออกมาล้างด้วย)
ตัวเครื่องนอกบ้าน (แผงคอยล์ร้อน / Condenser Coil): จะต้องมีการฉีดล้างทำความสะอาดแผงระบายความร้อน (Fin) ด้วยแรงดันน้ำสูง ตรวจเช็กระบบไฟ จุดเชื่อมต่อต่าง ๆ และเช็กแรงดันน้ำยาแอร์เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานได้ปกติ
การล้างแอร์ที่ข้ามขั้นตอนของตัวคอยล์ร้อนนอกบ้านไป จะทำให้แอร์สกปรกอยู่ครึ่งระบบทันที ฝุ่นที่อุดตันจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้นและแอร์เสียเร็วขึ้นด้วย
จองช่างล้างแอร์ผ่าน gigit ยังไง?
ที่ gigit คุณสามารถโพสต์งาน และกำหนดราคาล้างแอร์ที่ต้องการได้ โดยสามารถอ้างอิงราคาในบทความนี้ได้เลย พร้อมกับแจ้งประเภทแอร์ และรูปแบบบริการที่ต้องการ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าราคาควรเป็นเท่าไหร่ ก็เลือกให้พี่ช่างแอร์มาเสนอราคาได้เช่นกัน พี่ ๆ ช่างแอร์ในพื้นที่ที่ผ่านการยืนยันตัวตน จะเข้ามาเสนอราคาแข่งกัน คุณสามารถเข้าไปเช็กโปรไฟล์ รีวิว คะแนน และประวัติการทำงานของช่างแต่ละคน เพื่อเลือกจ้างช่างที่คุณสบายใจที่สุดได้เลย!
พี่ ๆ ช่างแอร์ทุกคนบน gigit จะต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อน จึงจะสามารถเข้ามาเสนอราคาบนระบบได้ และที่สำคัญคือราคาทั้งหมดจะถูกตกลงและล็อกไว้บนแอปตั้งแต่ก่อนช่างเดินทางมาถึงหน้างาน หมดกังวลเรื่องการโดนโก่งราคา หรือเจอค่าบริการแฝงหน้างานไปได้เลย นอกจากนี้ คุณยังสามารถแชทคุยกับช่างโดยตรงก่อนกดตกลงจ้าง เพื่อคอนเฟิร์มขอบเขตงานหรือรายละเอียดเฉพาะของแอร์ที่บ้านได้อีกด้วย
เลือกช่างแอร์ที่ถูกใจ และเริ่มจ้างงานผ่านแอป gigit ได้แล้ววันนี้!
ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน?
ถ้าคุณอยู่ในกรุงเทพฯ ความถี่ในการล้างแอร์คือทุก ๆ 3–6 เดือน เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษต่าง ๆ ส่งผลให้ฟิลเตอร์และแผงคอยล์แอร์สะสมสิ่งสกปรกได้เร็วกว่าพื้นที่ต่างจังหวัดมาก และหากคุณเปิดใช้งานแอร์ตั้งแต่ 8 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน แนะนำให้ล้างแอร์บ้านทุก ๆ 3 เดือน ส่วนแอร์ที่เปิดใช้งานไม่บ่อยก็สามารถขยับออกไปเป็นทุก ๆ 6 เดือนได้
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าแอร์ของคุณต้องได้รับการทำความสะอาดทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดรอบ มีดังนี้
แอร์เริ่มไม่เย็นหรือลมแอร์เบาลง
แอร์มีกลิ่นเหม็นอับโชยออกมาตอนเปิดเครื่องใหม่ ๆ
มีฝุ่นเกาะหนาจนเห็นได้ชัดบริเวณบานสวิง
ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งที่พฤติกรรมการใช้งานยังเหมือนเดิม
อย่ารอจนกว่าสัญญาณเตือนเหล่านี้รุนแรงขึ้น เพราะแผงคอยล์แอร์ที่ถูกละเลย และสกปรกมาก อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา ซึ่งจะปลิวหมุนเวียนอยู่ภายในห้องและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในบ้านได้
ดาวน์โหลดแอป gigit ตอนนี้เพื่อเรียกช่างแอร์มืออาชีพมาดูแลได้ทันที!

